นักแก้ไขการพูด

นักแก้ไขการพูด (Speech-Language pathologist)


อ้างอิงจากจรรยาบรรณเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพโสตสัมผัสวิทยาและการแก้ไขการพูด, 2543

ลักษณะงาน

·        ปฎิบัติงานเกี่ยวกับการวินิจฉัยความผิดปกติของการสื่อความหมายทางภาษาและการพูด

·        การตรวจคัดกรองหาข้อบ่งชี้ ประเมินสภาพความผิดปกติ ทดสอบความสามารถทางด้านภาษาและการพูดรวมถึงการกลืน

·        แยกประเภทความผิดปกติต่างๆ บำบัดรักษา

·        แก้ไขและฟื้นฟูสมรรถภาพได้ครอบคลุมทุกประเภทของความผิดปกติ เช่น การพูดไม่ได้ พูดไม่ชัด เสียงผิดปกติ ปากแหว่งเพดานโหว่ ประสาทหูพิการ ออทิสติก สติปัญญาอ่อน กลืนลำบาก กลืนผิดวิธี ผู้ป่วยที่ตัดกล่องเสียง ผู้ป่วยสมองพิการ เป็นต้น  

·        แก้ไขความบกพร่องที่เกิดขึ้นกับกระบวนการพูด ระบบภาษา การทำงานของอวัยวะในช่องปาก คอ หลอดอาหารช่วงต้น

·        การปรับพฤติกรรม การเรียนรู้ อารมณ์ และการอยู่ร่วมกันในสังคม

·        แนะนำแก่ผู้ปกครอง ญาติ ผู้ดูแล หรือผู้เกี่ยวข้อง  ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติของผู้ป่วยและเรียนรู้วิธีการรักษาที่ถูกต้อง 

·        คัดเลือกหรือประยุกต์ใช้เครื่องช่วย อุปกรณ์เสริม วัสดุ  เพื่อทดแทนให้เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วย ติดตามผลการรักษา ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อขอรับการช่วยเหลืออื่น ๆตามความเหมาะสม 

·        เผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันความผิดปกติทางภาษาและการพูด

·        พัฒนาและสร้างเทคนิคการบริการการทำวิจัย ค้นคว้าโดยผ่านกระบวนการประเมิน วิเคราะห์และวางแผนอย่างมีระบบ


คุณสมบัติ

จบปริญญามหาบัณฑิต หรือ ดุษฎีบัณฑิต ด้านศิลปศาสตร์หรือ วิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาความผิดปกติทางการสื่อความหมาย วิชาเอกความผิดปกติทางภาษาและการพูด (Speech and Language Pathology)

ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน

·        ต้องรู้ระบบสรีรวิทยา  กายวิภาค  และกลไกของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการสื่อความหมาย  อันได้แก่  ระบบการพูด  การทำงานของอวัยวะในช่องปาก  คอ  หลอดอาหารช่วงต้น  ระบบการได้ยิน  ระบบสมองส่วนกลาง

·        ต้องรู้จักโรคและพยาธิสภาพอันเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติทางภาษาและการพูด

·        ต้องรู้วิธีการวินิจฉัยความผิดปกติทางภาษาและการพูด  รวมถึงการกลืนโดยใช้แบบทดสอบ  การสังเกตพฤติกรรมและการใช้เครื่องตรวจที่เหมาะสม  เพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้อง  แม่นยำ  อันจะเป็นแนวทางในการวางแผนบำบัด  รักษา  แก้ไขและฟื้นฟู

·        ให้การบำบัดรักษาและฝึกแก้ไขความผิดปกติประเภทต่างๆเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

·        ใช้เทคนิคการกระตุ้นพัฒนาการให้เหมาะสมกับประเภทของความผิดปกติ  โดยเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียน  เพื่อให้มีความสามารถใกล้เคียงกับเด็กปกติ  และแนะนำโรงเรียนที่เหมาะสมเมื่อเด็กมีความพร้อม

·        ต้องมีความรู้ในด้านการศึกษาวิจัยด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ด้านความผิดปกติทางภาษาและการพูด  ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เพื่อพัฒนาวิชาชีพและการบริการ

·        ต้องใช้การตัดสินใจและจรรยาบรรณในการตรวจวินิจฉัย  การบำบัดรักษา  การให้คำแนะนำ  อันจะมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่  วิถีการดำเนินชีวิต  และอนาคตของผู้ป่วย
Powered by MakeWebEasy.com